Untitled Document

   
     
ลำดับที่ : 04
ชื่อ : ชมรมการ์ตูน รร สตรีวัดอัปสรสวรรค์ สถานที่บ่มเพาะ การ์ตูนนิสต์ รุ่นเยาว์
รายละเอียด : การเรียนของเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษานั้นจะมีเวลาช่วงหนึ่งที่ให้นักเรียนทำกิจกรรมในรูปแบบของกิจกรรมชุมนุมหรือชมรม อาทิ การตั้งชุมนุมคณิตศาสตร์ ชุมนุมภาษาอังกฤษ ชุมนุมศิลปะ ฯ โดยเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนได้จัดตั้งกลุ่ม และบริหารจัดการกิจกรรมด้วยตนเอง
ชมรมการ์ตูนโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักเรียนที่รักการวาดเขียนการ์ตูน ชมรมนี้ได้สร้างนักเขียนการ์ตูนรุ่นเยาว์ฝีมือจัดจ้านมานักต่อนักแล้ว
นางสาววรมา อำไพรัตน์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประธานชุมนุมการ์ตูน เล่าถึงการเริ่มต้นเข้าสู่ชมรมการ์ตูน เมื่อ 3 ปีก่อนว่า ชมรมการ์ตูนก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ปกติเป็นคนชอบวาดการ์ตูนอยู่แล้ว เมื่อมีชมรมนี้จึงรีบเข้ามาเป็นสมาชิก
"ชมรมการ์ตูนเกิดขึ้นจากรุ่นพี่และสืบทอดต่อกันมา กิจกรรมในชมรมมีทั้ง การอบรมทักษะวาดการ์ตูน ไปจนถึงการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (photoshop) มีการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับผู้รักการวาดการ์ตูน"
อีกหนึ่งสาว ประภัสรา หวินหาร หนึ่งในสมาชิกของชมรมการ์ตูน บอกว่า เข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น ประโยชน์จากการเขียนการ์ตูนทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ ในชมรมมีบางคนที่ไม่เคยวาดการ์ตูนมาก่อนแต่เมื่อมีความตั้งใจก็จะเป็นนักเขียนการ์ตูนได้ในที่สุด
ที่สำคัญการมาเป็นสมาชิกชมรมการ์ตูนนี้ บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องต่างผูกพันกันเพราะรุ่นพี่มักจะแวะเวียนมาที่ชมรมเพื่อแนะนำรุ่นน้อง มาเล่าประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้รุ่นน้องมีกำลังใจสรรค์สร้างผลงานการเขียนการ์ตูนอย่างไม่ย่อท้อ
ไม่ใช่แค่นี้เพราะจากการพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ นางสุภาณี โลหิตานนท์ ยังบอกอีกว่า นอกจากจะมีการพัฒนาการวาดการ์ตูนในโรงเรียนแล้ว ชมรมนี้ยังพร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้ไปยังโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
"มีหลายโรงเรียนที่มาดูงานของชมรมการ์ตูน ซึ่งการที่ชมรมนี้เกิดขึ้นและเห็นผลเป็นรูปธรรมนั้นเป็นผลจากประสบการณ์การดำเนินงานในโครงการพัฒนาเชิงระบบเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้และคุณภาพ (ToPSTAR) และโครงการระบบดีโรงเรียนมีคุณภาพ (BMK) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น"
นับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่ดีที่หลายโรงเรียนน่าจะนำไปเป็นแบบอย่างได้ดีทีเดียว